สุดหดหู่ แฉลัทธิประหลาด จว.ดังภาคอีสาน ส่งลูกสาวตาบอดให้ผู้ชายข่มขืน เชื่อว่าจะหาย

สุดหดหู่ แฉลัทธิประหลาด จว.ดังภาคอีสาน ส่งลูกสาวตาบอดให้ผู้ชายข่มขืน เชื่อว่าจะหาย

2578
สุดหดหู่หญิงพิการถูกข่มขืน แฉลัทธิประหลาด จว.ดังภาคอีสาน ส่งลูกสาวตาบอดให้ผู้ชายในลัทธิข่มขืน เชื่อว่าจะหาย

สุดหดหู่ แฉลัทธิประหลาด จว.ดังภาคอีสาน ส่งลูกสาวตาบอดให้ผู้ชายในลัทธิข่มขืน เชื่อว่าจะหาย

เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน นางสาวทิพย์อัปสร ศิวาธร และ นางสาวอลิสา ศิวาธร นักวิจัยอิสระ กล่าวร่วมกันในการนำเสนอรายงานสถานการณ์ปัญหาความรุนแรงต่อเด็กและผู้หญิงพิการ ซึ่งกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (พก.) ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) มูลนิธิส่งเสริมความเสมอภาคทางสังคม และภาคีเครือข่าย ร่วมสนับสนุน ว่า ได้ศึกษาวิจัยจากกลุ่มตัวอย่างเด็กพิการ ผู้หญิงพิการ และผู้ปกครอง รวม 51 กรณีในพื้นที่ 31 จังหวัด ช่วงเดือนตุลาคม 2564-มกราคม 2565 พบผู้กระทำเกือบทั้งหมดเป็นเพศชาย ส่วนใหญ่รู้จักหรือมีความสัมพันธ์กันกับผู้กระทำ เช่น เป็นพ่อ ปู่ ตา ลุง พี่ชาย คนในหมู่บ้าน ผู้นำชุมชน ผู้นำคนพิการ และมักใช้อำนาจบทบาทความเป็นเพศชายกระทำต่อเด็กและผู้หญิง

รูปแบบความรุนแรงแยกเป็นความรุนแรงทางเพศ เป็นการข่มขืน 88% รุมโทรม 12% สถานที่เกิดเหตุส่วนใหญ่ 76% เกิดที่บ้าน สำหรับการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม พบว่า มีเพียง 29% ที่แจ้งความผู้กระทำผิด 71% ไม่แจ้งความ ใน 29% ที่แจ้งความนั้นผู้กระทำถูกดำเนินคดีเพียง 27% ขณะที่ 73% คดีไม่มีความคืบหน้า เนื่องจากคู่กรณีมีอิทธิพล บางรายหนีออกจากพื้นที่ โน้มน้าวให้ไกล่เกลี่ย ไม่สามารถบอกลักษณะคนร้ายได้ และบางกรณีไม่สามารถบอกจุดเกิดเหตุได้ ขณะที่สาเหตุที่ผู้ถูกกระทำ 71% ไม่ยอมแจ้งความ เนื่องจากส่วนใหญ่ 55% ผู้กระทำเป็นคนในครอบครัว เช่น พ่อ ญาติพี่น้อง ทำให้คนในครอบครัวซึ่งเป็นเพศหญิงด้วยกันเพิกเฉย นอกจากนี้ 30% ขอให้ไกล่เกลี่ย 5% กลัว อาย 5% มีอุปสรรคในการแจ้ง เช่น การเดินทาง การสื่อสาร 3% ผู้กระทำมีอิทธิพล ใช้อำนาจ และ 2% ตำรวจไม่รับแจ้ง เพราะให้การไม่เป็นประโยชน์ ผู้พิการสื่อสารไม่ได้

น.ส.ทิพย์อัปสร กล่าวอีกว่า ทีมวิจัยได้ลงพื้นที่เก็บข้อมูล พบเคสที่น่าเศร้าใจอย่างยิ่ง ยกตัวอย่าง เคสเด็กหญิงพิการทางสติปัญญาจังหวัดแห่งหนึ่งในภาคอีสาน ถูกพ่อแท้ๆ ซึ่งเป็นผู้ดูแลข่มขืน หลังแยกทางกับภรรยาและมักกระทำหลังดื่มเหล้า อีกเคสเป็นหญิงพิการทางเรียนรู้จังหวัดแห่งหนึ่งในภาคเหนือ ถูกผู้ใหญ่บ้านทำอนาจาร แม่ผู้เสียหายไปแจ้งความแต่ถูกตำรวจและปลัดอำเภอแนะนำให้ไกล่เกลี่ย สุดท้ายปรึกษาทนายความส่งฟ้องศาลตัดสินลงโทษผู้กระทำรอลงอาญา 2 ปี ปัจจุบันผู้กระทำได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล (ส.อบต.) แม่ผู้เสียหายยังกังวลว่าจะถูกบีบออกจาก อบต.ที่ตัวเองทำงานอยู่

นอกจากนี้ มีเคสน่าสนใจในจังหวัดใหญ่แห่งหนึ่งของภาคอีสาน พบลัทธิที่เชื่อกันว่าหากผู้หญิงเกิดมาพิการ ต้องร่วมพิธีดื่มน้ำสาบานและให้ผู้ชายข่มขืน โดยพบกรณีเด็กหญิงพิการทางการมองเห็นคนหนึ่ง ที่แม่ส่งน้องเข้าร่วมพิธีและถูกข่มขืนจากผู้ชายในลัทธิเดียวกัน ด้วยเชื่อว่าการมีเพศสัมพันธ์เป็นการรักษาโรคภัยไข้เจ็บ หรือทำให้มองเห็น ทั้งที่สุดท้ายก็มองไม่เห็น และน้องก็ยังถูกข่มขืนมาตลอดจากผู้ชายในลัทธิ โดยไม่มีการแจ้งความดำเนินคดี เพราะคนในหมู่บ้านที่นับถือลัทธิเดียวกัน ก็ทำแบบนั้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

– ชีวิตยิ่งกว่าละคร ถูกข่มขืน แต่บอกไม่ได้!

Source: MATICHON ONLINE

Related Posts