Baraye เพลงที่รวบรวมความทุกข์ของคนอิหร่าน จนกลายเป็นไวรัลและเพลงชาติการประท้วง

Baraye เพลงที่รวบรวมความทุกข์ของคนอิหร่าน จนกลายเป็นไวรัลและเพลงชาติการประท้วง

ภาพไฮไลต์

ท่ามกลางบรรยากาศการประท้วงชุมนุมของชาวอิหร่านทั่วประเทศ ซึ่งสืบเนื่องจากการที่ มาห์ซา อามินี หญิงวัย 22 ปี เสียชีวิต หลังถูกตำรวจศีลธรรมจับกุมและพบร่องรอยการถูกทำร้าย มีเพลงเพลงหนึ่งที่เป็นไวรัล จนกลายเป็น ‘เพลงชาติ’ สำหรับการประท้วง และถูกเปิดไปทั่วทุกหนแห่งในอิหร่าน

‘เพราะการเต้นรำบนท้องถนน’ เพลงเริ่มต้นขึ้น ด้วยการบอกว่าแม้แต่การเต้นรำในที่สาธารณะก็ยังเป็นเรื่องที่ถูกห้าม

‘เพราะทุกๆ ครั้ง พวกเราหวาดกลัวที่จะจูบคนรักกลางถนน’

‘เพราะเราโหยหาชีวิตปกติ’

เนื้อเพลงค่อยๆ เอ่ยถึงปัญหามากมายในอิหร่าน ตั้งแต่การกีดกันทางเพศ การทุจริต ความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อม และโศกนาฏกรรมระดับชาติ เช่น การสูญพันธุ์ของเสือชีตาห์เปอร์เซีย หรือการยิงเครื่องบินโดยสารของยูเครนตกในปี 2020 ซึ่งรัฐบาลออกมาแถลงการณ์ว่าเป็นอุบัติเหตุ

ยังมีเนื้อเพลงที่ร้องว่า ‘เพราะผู้หญิง ชีวิต และเสรีภาพ’ ซึ่งแตะประเด็นสำคัญที่กลายเป็นหัวใจในการประท้วงครั้งนี้ และยังจงใจใช้คำว่า ‘เสรีภาพ’ หรือ “Azadi.” ซึ่งเป็นคำที่ผู้ชุมนุมมักใช้ตะโกนก้องในการประท้วงอีกด้วย

แค่เนื้อเพลงเพียงไม่กี่ท่อน อาจทำให้เห็นแล้วว่าเหตุผลที่เพลงเพลงนี้กลายเป็นเพลงชาติสำหรับการประท้วง ก็เพราะมันรวบรวมเอาปัญหาสำคัญมากมายของประเทศอิหร่านไว้ในถ้อยคำที่แสนเรียบง่าย -- เพลงที่เรากำลังกล่าวถึงนี้มีชื่อว่า Baraye ซึ่งมีความหมายว่า เพราะ (Because of) หรือ เพื่อเห็นแก่ (For the sake of)

เพลง Baraye ถูกแต่งและเผยแพร่โดยนักร้องชาวอิหร่านที่ชื่อ เชอร์วิน ฮาจิปูร์ (Shervin Hajipour) เขาแต่งเนื้อร้องขึ้นมาจากถ้อยคำต่างๆ ที่ชาวอิหร่านโพสต์ไว้ในโลกออนไลน์ขณะที่ประเทศกำลังมีการประท้วงครั้งใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นถ้อยคำที่ตัดพ้อ หรือแสดงความโกรธเกรี้ยว

โดยฮาจิปูร์ได้โพสต์เพลงนี้เมื่อวันที่ 28 กันยายน และใช้เวลาไม่นานยอดวิวก็ทะยานสูง มีผู้เข้ามารับชมกว่า 40 ล้านครั้งด้วยกัน แต่ในวันถัดมาทางการก็บังคับให้เขาลบเพลงนี้ออก และยังเข้าจับกุมเขา โดยการจับกุมลักษณะนี้เป็นส่วนหนึ่งของการปราบปรามผู้ประท้วงที่ยืดเยื้อมานาน ตามรายงานของกลุ่มสิทธิมนุษยชน เจ้าหน้าที่ได้สังหารผู้ประท้วงมากกว่า 130 คน จับกุมและบาดเจ็บอีกหลายพันคน ทั้งยังมีการตัดสัญญาณ หรือชะลอการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตทั่วประเทศ

หลังจากฮาจิปูร์โดนจับกุม เพลง Baraye ก็ยิ่งทวีความฮิต ราวกับว่าการจับกุมนั้นเป็นการราดน้ำมันลงบนกองไฟ โดยในเวลาต่อมาเมื่อฮาจิปูร์ถูกปล่อยตัว เขาก็ได้แสดงความขอบคุณผู้ที่สนับสนุน และสาบานว่าเขาจะยืนเคียงข้างชาวอิหร่านต่อไป พร้อมกันนั้นเพลง แม้ว่าจะมีการปราบปรามทางอินเทอร์เน็ต แต่เพลง Baraye ก็ถูกเผยแพร่ไปทุกแพลตฟอร์มออนไลน์ และถูกร่ำร้องโดยผู้ประท้วงตามมุมถนนต่างๆ อย่างไม่จบสิ้น

ซาราห์ นักออกแบบแฟชั่นวัย 32 ปีคนหนึ่งในกรุงเตหะราน ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่ออเมริกันว่า เพลง Baraye เป็นเพลงที่รวมเอาความเศร้า ความเจ็บปวด และความโกรธที่ก่อตัวเป็นเวลาหลายสิบปีเอาไว้ และปัจจุบันเธอก็ได้ยินเพลงนี้ในทุกที่ราวกับว่ามันเป็น ‘เพลงกล่อมเด็กที่เต็มไปด้วยความหวัง’ ผู้คนใช้โทรศัพท์มือถือเปิดมันในการประท้วง ผู้คนที่ขับรถก็เปิดเพลงนี้ด้วยเสียงดังสนั่น บางครั้งก็ถูกร้องโดยผู้คนบนท้องถนน บางคนก็ตะโกนร้องจากระเบียง และสำนักงานต่างๆ ก็สตรีมเพลงนี้ผ่านโซเชียลมีเดียด้วย

กระทั่ง ซาอีด ซูซานการ์ กรรมการผู้จัดการวัย 34 ปี ของบริษัทเทคโนโลยีแห่งหนึ่งในกรุงเตหะรานก็ยังกล่าวว่า “การจับกุมเชอร์วินทำให้เพลงนี้โด่งดังยิ่งขึ้นไปอีก เนื่องจากความอยุติธรรมทำให้ผู้คนโกรธแค้น เพลงนี้จึงกลายเป็นเพลงอมตะ และเป็นเพลงแห่งการปฏิวัติ ยิ่งทางการพยายามหยุดมันเท่าไร เราก็จะได้ยินมันมากขึ้นเท่านั้น”

‘เพราะซากปรักหักพังจากบ้านเมืองที่สร้างได้ไม่ดี’ ท่อนหนึ่งของเพลงกล่าวถึงการพังทลายของอาคารพาณิชย์ 10 ชั้นที่สร้างขึ้นอย่างไม่ดีในเดือนพฤษภาคม ในจังหวัด Khuzestan ทางตะวันตกเฉียงใต้ของอิหร่าน ภัยพิบัติครั้งนี้ทำให้ประเทศต้องเศร้าโศกและจุดชนวนให้เกิดการประท้วงต่อต้านรัฐบาลและการทุจริตเป็นเวลาหลายสัปดาห์

‘เพราะพี่สาวของฉัน น้องสาวของคุณ น้องสาวของเรา’ อีกท่อนของเพลงเอ่ยถึง มาห์ซา อามินี และอาจหมายถึงหญิงสาวอีกมากมายที่ถูกบังคับให้ปฏิบัติตามกฎที่กดทับพวกเธอ

นี่แหละคือ ‘Baraye’ เพลงที่สะท้อนความทุกข์ยากของชาวอิหร่าน เต็มไปด้วยพลังแห่งการประท้วง และอาจเป็นเพลงที่กลายเป็นประวัติศาสตร์เพลงหนึ่ง

อ้างอิง : The Guardian, The Washington Post

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : plus.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath